ในใจในฐานะนักการตลาดและที่ปรึกษาของ SME คนหนึ่งก็อดคิดแก้ปัญหาในมุมของตัวเองว่าถ้าเป็นผู้ประกอบการรายย่อย ที่เจอผลกระทบกำลังซื้อภายในประเทศลดลง น้ำมันอยู่ในสภาวะไม่แน่นอนในแบบที่มีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ เสถียรภาพของรัฐบาลในประเทศก็ถูกสั่นคลอนจากม็อบหรือการชุมนุมประท้วงตลอด เพราะถึงเวลาที่รัฐบาลทำงานมาพอสมควรที่จะทวงถามถึงนโยบายประชานิยมหลายอย่างที่หาเสียงไว้แล้ว เศรษฐกิจยุโรปมีปัญหา ค่าเงินดอลล่าร์ก็อ่อนค่าลงเรื่อยๆ แล้วในฐานะผู้ประกอบการขนาดกลางถึงเล็กต้องทำอย่างไร ค้าขายตรงไหน กับใครที่จะพอทำให้กิจการประคองตัวและยังทำกำไรไปได้ท่ามกลางปัจจัยความผันผวนหลายอย่างรอบๆ ตัว
อยากให้ผู้ประกอบการที่เริ่มไม่มั่นใจในการลงทุนประชาสัมพันธ์หรือพัฒนาสินค้าในปีนี้กลับมาตั้งหลักแล้วพิจารณาทำการบ้านก่อนออกตัวอีกครั้งในปีใหม่ กลยุทธ์ในแบบเดิมที่เคยทำเมื่อตอนเศรษฐกิจเฟื่องฟูอาจใช้ในการเข้าถึงหรือเรื่องลูกค้าไม่ได้ดีเท่าเดิมในภาวะแบบนี้ ทางไหนเป็นทางใหม่หรือทางเก่าที่เคยทำได้สำเร็จเมื่อช่วงฟองสบู่แตกรอบที่แล้วอาจลองนำกลับมาใช้ใหม่ ใช้เวลาช่วงหนึ่งกับการวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของกลุ่มสินค้าที่มีอยู่ในธุรกิจว่าตัวไหนยังเป็นตัวทำเงิน ตัวไหนสามารถนำกลับมาทำใหม่ หรือต้องพัฒนาสินค้าไหนเพิ่มเติมให้เหมาะกับภาวะตลาดและสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันโดยให้ความสำคัญกับ ROI ของแต่ละโครงการที่คิดจะทำจะลงทุนเพิ่มเติม ระแวดระวังและรอบคอบให้มากขึ้นกว่าช่วงที่ผ่านมา เพราะ 1 บาทกับการลงทุนในวันนี้อาจจะไม่ได้ให้ผลเป็น 1.5 บาทขึ้นไปเหมือนช่วงเศรษฐกิจเฟื้องฟู
ที่น่าอุ่นใจอยู่บ้างคือมีหลายๆ หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนที่พร้อมเข้ามาช่วยเหลือฟื้นฟูเยียวยาผู้ประกอบการด้วยเงื่อนไขที่พิเศษกว่าในภาวะปรกติ เพียงแต่ตัวผู้ประกอบการเองต้องวิเคราะห์โอกาส ความเสี่ยง จุดแข็ง จุดอ่อนในสถานการณ์ปัจจุบันของตัวเองให้ได้ก่อนเท่านั้น
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น